2 Companies

หลัง ๆ ไม่ค่อยเขียนเรื่องเทคนิคเพราะติดปัญหายังแก้ไขไม่ได้ เลยเขียนอัดเรื่องอื่น ๆ แทน ไว้แก้ไขได้เมื่อไหร่ค่อยมาเขียนเล่าทีเดียว แต่วันนี้นั่งรถกลับบ้านก็มีเรื่องนี้เข้ามาในหัว ต้องบอกก่อน ปัจจุบันเหมือนทำงานสองที่ คือทำงานประจำจันทร์ถึงศุกร์เป็นานหลัก กับ ไปช่วยเพื่อนวันเสาร์เป็นงานรอง เลยอยากเขียนเปรียบเทียบ เพราะทั้งสองแห่งมีบางอย่างที่ต่างกันสิ้นเชิง แต่ก็มีบางอย่างที่คล้ายกัน เลยอยากจดอะไรบางอย่างออกมาเก็บไว้ เพราะทั้งสองแห่งให้ประสบการณ์ที่ต่างกัน ที่ทำให้รู้ว่าอยากทำอะไร

งานหลักที่ทำอยู่ปัจจุบัน ตั้งแต่จบมารู้สึกคิดไม่ผิดที่มาทำที่นี่ ยังรู้สึกสนุกมีอะไรใหม่ ๆ ให้เล่นตลอดเวลา และยิ่งปีที่ผ่านมามีน้องใหม่ที่สนใจในส่ิงต่าง ๆ คล้าย ๆ กันเข้ามาด้วยแล้วยิ่งสนุก และอยากทำอะไรมากมายเข้าไปใหญ่ และอยากอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะคงมีน้อยที่นัก ที่พอมีเวลาว่างจะเอา hg มาคุยเล่นกัน ถามและขุดคุ้ยว่ามันทำงานยังไง เก็บ revision ยังไง เวลา merge มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง บลา บลา บลา หรือพอถึงเย็นวันศุกร์แล้ว จะจัดโต๊ะเล่นเกมกระดานกันอย่างจริงจัง คือถ้าไม่มีน้องที่เข้ามาปีที่แล้ว คงไม่รู้สึกสนุกอย่างนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย เพราะงานแต่ละอย่างก็แก้ปัญหากันไม่จบซักที จนบางครั้งก็เหนื่อย หรือบางอย่างก็ไม่มีรูปแบบชัดเจน จนต้องกำหนดเอาเองปีนี้ แต่ก็ได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่คิดไว้

งานรองที่ทำทุกวันเสาร์ช่วงนี้รู้สึกให้อารมณ์ต่างจากงานหลักโดยสิ้นเชิง เพราะคำถามที่คุยเล่นกัน จะไม่มีอะไรเกี่ยวกับด้านเทคนิคเลย แต่จะเป็นเรื่องรอบ ๆ ตัว ชีวิตประจำวันซะมากกว่า แต่การทำงานมีระเบียบแล้วก็กำหนดแผนชัดเจน ว่าใครทำอะไร เป้าหมายคืออะไร แต่ก็ไม่ชัดขนาดที่รู้ว่า ถึงจุดไหนแล้วเรียกว่าเสร็จ ซึ่งนี่เป็นข้อเสียของทั้งสองที่เลย แต่ก็มีการคุยกันผ่านเมล์ตลอดว่า ใครถึงไหน ทำอะไรบ้าง แม้จะไม่มีระบบจัดการ แต่แค่อีเมล์นี่ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้กลุ่มไม่หลุดจากกัน

ทั้งสองงานที่ทำตอนนี้ ถ้าให้บอกว่าชอบที่ไหนมากกว่าคอบว่าที่แรกแน่นอน แต่ก็ยังหวั่น ๆ ไม่ได้ว่าน้องที่ทำอยู่ด้วยชุดนี้จะแยกย้ายกันไปเมื่อไหร่ และชุดต่อมาจะคุยเรื่องต่าง ๆ อย่างที่คุยอยู่ทุกวันได้หรือป่าว ส่วนงานรองคงต้องดู ๆ ไปอีกซักพักว่าเพื่อนจะจัดการยังไงต่อ เพราะยังไม่เห็นทิศทางของงานแน่ชัดว่าจะทำอะไร ยังไม่เห็นภาพหรือมีอารมณ์ร่วมกับเป้าหมายที่เพื่อนให้มา (รู้สึกอารมณ์ร่วมในเป้าหมายนี่เป็นสิ่งที่สำคัญสุดหละ ที่จะใช้ตัดสินว่าอยากทำ หรือไม่อยากทำ) แต่ก็ได้ประสบการณ์บางอย่างมาที่เอามาใช้ในงานหลักได้

ตอนนี้ตั้งเป้าหมายของงานหลักให้ตัวเอง ค่อย ๆ ยุ ผลักดันไปเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับทำ สิ่งที่อยากเห็นที่สุดตอนนี้คือ เครื่องมือที่ใช้ภายในต้องมีรูปแบบที่เหมือนกัน และดูดี เพราะคิดว่า จะทำของให้คนอื่นใช้และดี ของที่ตัวเองใช้ ต้องดีก่อน และจะเป็นเป้าหมายที่ทำเล่น ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเป็นจริง หละ ส่วนงานรองอื่น ๆ คิดว่าจะไม่รับเพิ่มอีกแล้ว เพราะงานหลักมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีเวลา งานรองอย่างมากคงได้แค่ทดลองอะไรบางอย่างเล่นสนุก ๆ เท่านั้น หวังว่านะ

Read full storyComments { 0 }

ศัพท์คนหัดเล่นกล้อง

หลังจากได้กล้องมาซักพัก ก็พบว่า Canon S90 มันมีอะไรให้ปรับเยอะแยะมาก พี่ที่ออฟฟิตเลยสอนเล็กน้อยว่าอะไรคืออะไรบ้าง อย่ากระนั้นเลย จดออกมาเป็นข้อ ๆ เลยดีกว่า

  1. 28-105, 17-200 ใช้สำหรับบอกระยะซูมของกล้องว่าซูมได้เท่าไหร่ จริง ๆ มันคือระยะเลนส์ ที่สามารถปรับได้จากเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่
  2. F X.X เป็นขนาดของรูรับแสงยิ่งน้อย แสงยิ่งเข้ามาที่ sensor ได้มาก
  3. ISO XXX เป็นความไวแสงของ sensor ยิ่งมาก ยิ่งไวแสงมาก เพราะได้รับกระแสไฟเยอะ แต่ก็จะทำให้เกิด noise หรือจุดที่เป็นสิ่งรบกวนในภาพเพิ่มขึ้นด้วย
  4. shutter speed ความเร็วในการเก็บภาพ ยิ่งความเร็วมาก ยิ่งเก็บภาพที่เคลื่อนที่เร็วให้อยู่นิ่งได้ แต่ก็จะทำให้รับแสงได้น้อยลง

ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะปรับแล้วสนุกนะ เพราะค่ามันเยอะมาก แต่พอปรับเป็นแล้ว + กล้องมันมีที่หมุนเยอะ คราวนี้ก็หมุนมันเลย เพราะเหมือนได้เล่นเกับแสง ให้ผ่านเข้ามามากน้อย จนได้ภาพในแสงที่ชอบออกมา จริง ๆ ยังมีคำเหลืออีกสองสามคำ แต่ไว้คิดคำอธิบาย ดี ๆ ออกแล้วจะมาจดเพิ่มละกัน

Read full storyComments { 0 }

แบตบวม

ประมาณต้นปี (หรือปลายปีที่แล้วหว่า) @pitiphong_p บ่นว่าแบตบวม ๆ อยู่นอกประกันแล้วด้วยเคลมไม่ได้ ตอนนั้นก็คิดว่าคงไม่เกิดกับตัวเองหรอก ที่ไหนได้ ผ่านไปไม่กี่เดือน แบตก็บวมตามซะอย่างนั้น ตอนแรกก็ไม่คิดไร มันคงไม่บวมมากกว่านี้หรอก แต่เสาร์ที่ผ่านมา มันปริจนแกะออกแล้วใส่กลับไม่ได้อีกเลย

IMG_1451

หน้าตาจากด้านบนดูเหมือนปกติ แต่สังเกตุขอบล่าง ๆ จะเห็นว่ามันไม่แนบไปกับโต๊ะ

IMG_1450

อันนี้ถ่ายแนวข้างให้เห็นเลยว่ามันบวมจนขอบลอยขึ้นมา

ถ้าลองหยิบมาจับ ๆ ดูจะรู้สึกเลยว่ามันบวม วันเสาร์กลับมาก็เลยหาข้อมูลใหญ่ เริ่มจากเข้า iStudio เพื่อดูว่าเปลี่ยนใหม่มันเท่าไหร่ แล้วก็พบว่าไม่คุ้มแก่การซื้อในไทยอย่างยิ่ง ฝากพี่ซื้อเข้ามาดีกว่า เพราะราคาเจ็ดพันกว่าบาทนี่เกือบหนึ่งในสามของโน๊ตบุ๊กใหม่เลย ก็รอไปอีกเดือน ถึงบ้านก็หาข้อมูลต่อว่าแบตจะบวมด้วยสาเหตุไรได้บ้าง หาคร่าว ๆ ได้สามข้อคือ

  1. แรงดันไฟที่ชาร์จแบตไม่ปกติ (แต่ข้อนี้น่าจะโดนตัดทิ้งเพราะผ่านหม้อแปลง แต่มันยังคาใจอ่ะ)
  2. แบตเตอรี่ผลิตมาไม่ดี
  3. แบตเตอรี่หมดอายุแล้ว ข้อนี้เป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะดูรายละเอียดถูกชาร์จไป 94 รอบเอง ยังเหลืออีกหลายร้อยรอบนัก

Screen shot 2010-06-05 at 9.09.13 PM

ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันบวมเพราะอะไร ยังไม่ตัดสาเหตุ 1 และ 2 ทิ้ง ก็หวังว่าแบตใหม่ที่ซื้อมาจะไม่เป็นอีก ตอนนี้ก็ใช้แบบแมคบุ๊คเป็นเครื่องตั้งโต๊ะไปก่อน อย่างเสียว ๆ ว่าไฟดับเมื่อไหร่เป็นอันจบชีวิต หรือสะดุดปลั๊กก็จบชีวิตเหมือนกัน (จบในช่วงนั้นอะนะ ยังชุบมาทำงานต่อได้)

ปอลอ. มีใครรู้ว่าจะทิ้งแบตเตอรี่เก่าหรือบวมอย่างนี้ที่ไหนได้บ้าง แนะนำมาใน comment หน่อยนะครับ ไม่รู้จะเอาไปทิ้งไหนดีจริง ๆ จะเอาลงถังขยะเลยก็รู้สึกมันอันตราย แต่ @pitiphong_p ก็บอกมาว่า iStudio ไม่รับไปทิ้งอีก เลยไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนเลยทีนี้ เก็บไว้ก็แอบช้ำใจอีกต่างหาก

Read full storyComments { 0 }