I
Jul 04
ช่วงหลังๆ มานี่คุยกับเพื่อนๆ แล้วรู้สึกขัดข้องใจอะไรบางอย่างเวลาจะพูดถึงตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อไปเทียบกับภาษาอังกฤษแล้ว เลยสงสัยนักว่าทำไมภาษาไทยมันมีหลายคำให้เรียกจังฟะ มีตั้งแต่โคตรไม่สุภาพ ถึงโคตรสุภาพ แถมขึ้นกับเวลา สถานที่ คนที่คุยด้วย อีกต่างหากจะคุยด้วยทีนี่ลำบากนิดๆ เวลาจะเล่าถึงเรื่องตัวเอง ลองไล่ดูละกันถ้าแบบสนิทกันมากๆ ก็มักใช้คำว่า “กู” บางทีพิมพ์กันก็เป็น “กรู” หรือไม่บางครั้งก็ “ตู” หรือ “ตรู” โอช่างหลากหลายเหลือเกิน หรือห่างเหินกันนิดก็จะเป็น ฉัน, ผม พอมีลำดับชั้นทางอายุก็กลายเป็น พี่, น้อง, อา, … ตามแต่ว่าอายุ และลำดับทางสายเลือดห่างจากคู่สนทนาแค่ไหน พอเป็นทางการมากๆ อาจมี”กระผม”, “ข้าพเจ้า” ขึ้นมาอีก หรือบางทีสับสนหนักก็ใช้ “เรา” ไปเลย
ลองมาดูภาษาอังกฤษมั่ง เท่าที่รู้มีสองคำ I กับ My แถมแยกหน้าที่กันชัดเจนว่าถ้าพูดถึงตัวเองเป็นคนทำใช้ I นะถ้าใช้คู่กับอย่างอื่นใช้ My นะ ไม่มีลำดับชั้นทางภาษาเหมือนไทย จะว่าเพราะประเทศไทยเรามีลำดับชั้นทางสังคม แต่อังกฤษมันก็มีนี่หว่า เอ๊ะ หรือว่าเพราะเราได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์ เลยแบ่งวรรณะทางภาษาเวลาคุยกัน แล้วทำไมระดับเดียวกันมันยังมีหลายคำด้วยเนี๊ยะ ช่างสับสนยิ่งนัก
ตอนนี้ก็เลยอยากรู้ว่า นอกจากภาษาไทยแล้ว มันมีภาษาอื่นที่มันเข้าใจยากอย่างนี้อีกหรือป่าว แล้วแต่ละคนเนี๊ยะ เวลาเรียกตัวเอง จะใช้คำอะไรกันบ้าง แต่ของผมแล้ว ใช้มันหมดทุกคำเลยหละ ^^!
Twitter
Facebook
Google
Feed
Jul 17, 2009 @ 14:45:39
พี่แนทคงเคบอ่านพวกกลอนหรือบทกวี อย่างที่ๆคุ้นๆ ก็คือสุนทรภู่หรือเปล่าครับ ภาษาที่แต่งออกมานั้นเป็นภาษาที่งดงามมาก เพราะดังนั้นภาษาไทยจึงเป็นภาษาที่งดงามที่สุด(ในความคิดของผมนะ)ของโลกเลยก็ว่าได้เพราะไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนองวรรณยุกต์ต่างๆ เลียนเสียงดนตรีทั้งนั้น
เพราะดังนั้นภาษาไทยจึงมีคำเยอะแยะมากมายเพื่อให้เอื้อกับนักกวี เพราะในอดีตบ้านเมืองเรามีนักกวีหลายท่านเลยทีเดียวครับ และภาษาไทยเราเอาคำมากจากภาษาบาลี และสันสฤษครับซึ่งเป็นภาษาโบราณ(ชอบเอามาตั้งเป็นชื่อคนไทยกัน)ใช้ในทางพุทธศาสนา เพราะบ้านเมืองของเราเป็นเมืองพุทธครับ
อีกภาษาษาที่จะเรียกว่าไพเราะเหมือนกันก็คือภาษาฝรั่งเศษครับ คำเยอะมากเหลือเกิน(เห็นเค้าบอกผมมา)
ปล.เขียนซะยาวเลย ^^ คงไม่ว่ากัน พี่คงพอเข้าใจนะครับ
Jul 17, 2009 @ 20:40:11
จริงๆ แค่สงสัยนะ เพราะได้ยินทุกคำทุกวันเลย เรียกว่าเปลี่ยนคนคุยทีก็จะเปลี่ยนสรรพนามคุยที บางครั้งก็สับสนเอง
Jul 22, 2009 @ 13:01:35
อ่อครับ ถ้าพูดถึงเรื่องสรรพนามแทนตัวผู้พูดมีอยู่ 3 บุรุษครับ
สรรพนามบุรุษที่1 ใช้แทนตัวผู้พูด ได้แก่ เรา ฉัน กระผม กู ข้า …
สรรพนามบุรุษที่2 ใช้เรียกคนที่เราพูดด้วย ได้แก่ เธอ คุณ มึง เอ็ง …
สรรพนามบุรุษที่3 ใช้แทนคนที่เราพูดถึง (บุคคลที่3)ได้แก่ ท่าน เขา มัน …
**ปล. คำว่า”ท่าน” อาจจะเป็นได้ทั้งบุรุษที่ 2 และ 3
)
ก็มีเท่านี้ล่ะครับ แต่บางที ผมก็ใช้ผิดบ้างล่ะ เรียกกันมั่วเหมือนกัน (อิอิ
Jul 28, 2009 @ 15:33:03
ลองมาดูภาษาอังกฤษมั่ง เท่าที่รู้มีสองคำ I กับ My แถมแยกหน้าที่กันชัดเจนว่าถ้าพูดถึงตัวเองเป็นคนทำใช้ I นะถ้าใช้คู่กับอย่างอื่นใช้ My นะ ไม่มีลำดับชั้นทางภาษาเหมือนไทย จะว่าเพราะประเทศไทยเรามีลำดับชั้นทางสังคม แต่อังกฤษมันก็มีนี่หว่า เอ๊ะ หรือว่าเพราะเราได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์ เลยแบ่งวรรณะทางภาษาเวลาคุยกัน แล้วทำไมระดับเดียวกันมันยังมีหลายคำด้วยเนี๊ยะ ช่างสับสนยิ่งนัก
มาย? my ? มันคือสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของอ่า เกี่ยวไรเอ่ย
จะบอกว่า I and Me หรือเปล่า เอ่ย
มัน I จะใช้ตอนที่เป็นประธาน ส่วน me จะใช้เมื่อเป็นกรรมเท่านั้นเอง
ส่วนภาษาไทย จีน เวียดนาม เขมร มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ ในแถบเอเชีย
มีวัฒนธรรมทางภาษาเหมือนไทยเช่นกันคือ มีสรรพนามในการเรียกหลายคำเช่นกัน
ถ้าจะบอกว่าเพราะศาสนาพราหมณ์ ฮินดูเข้ามาก็อาจจะไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะวิวัฒนาการของภาษา
มันมาในตั้งแต่สมัยยุคประวัติศาสตร์(ยุคประวัติศาสตร์กับยุคหินแบ่งกันด้วยอักษร)
มีมาตั้งแต่ก่อนการติดต่อกับต่างประเทศด้วยซ้ำ ไม่พูดดีกว่าเผลอๆสามวันยังไม่จบ
ในทางแถบตะวันตก การเดาอายุเป็นสิ่งที่ไม่สุภาพสักเท่าไหร่เช่น
ปกติเวลาเรียกคนยังไม่แต่งงาน จะเรียกมิส หรือแต่งงานแล้วเรียกมาดาม แต่ส่วนใหญ่ที่เรียก
ถ้ายังไม่ได้แต่งงานแล้วดูแก่ๆ แต่มีคนเรียกมาดามเค้าก็โกรธเอา แล้วด้วยที่วัฒนธรรมทางแถบตะวันตก
จะมีช่องว่างระวางบุคคลมากกว่าในวัฒนธรรมเอเชียละมั่ง(นะ) มันเลยเป็นการกำหนดการใช้ภาษาไปในตัวด้วย
ส่วนทำไมเค้าบอกว่าภาษาฝรั่งเศสไพเราะ ก็เป็นเพราะการเชื่อมเสียงของภาษา แต่ภาษาสเปน อังกฤษ บลาๆ
ก็มีการเชื่อมเสียงด้วยเหมือนกัน
ถ้าว่ากันตามจริง ภาษาอังกฤษดูง่ายออกเพราะว่ามีชั้นของภาษาไม่มาก น่าจะพูดได้เร็วๆน
สู้ๆๆๆๆ
Jul 28, 2009 @ 16:04:27
ยาวพลืด
Jul 28, 2009 @ 16:04:46
ยาวพืช
Jul 29, 2009 @ 18:50:21
ยาวพืด