ช่วงสองสามอาทิตย์นี้ นั่งลง OS เล่น หาอันที่ถูกใจ ก็เลยได้ลองเปลี่ยน Desktop Manager ไปด้วยเลย โดยตัวที่ลองจริงๆ ก็มี Ubuntu และก็พี่น้องอีกสองตัว คือ Kubuntu และ Xubuntu (ถือว่าเป็นกลุ่มเดียวกันละกัน) ถัดมาก็ Fedora7 ที่คราวนี้โหลดเป็น DVD มาเลย เพราะนึกว่าจะลงโปรแกรมอื่นๆ ง่ายขึ้น อีกตัวที่พยายามลงก็คือ OSX ตัวสุดท้ายก็ OpenSUSE 10.2 ตัวเก่าต้นปี
ผลสรุปออกมาคือผมชอบ Xubuntu ที่สุดเลย แม้จะเอา Ubuntu มาลง Xfce ต่างหากก็ได้ แต่มันก็ไม่เล็กได้เท่า Xubuntu นี่แหละ แถมผมชอบ Effect ที่มากับ Xubuntu เลยอีกต่างหาก ไม่มาก เรียบง่ายดี อีกอย่าง ตัวจัดการพื้นหลังของ Xfce ก็สามารถให้จอสองจอมีพื้นหลังที่ต่างกันได้ แม้จะกำหนดเวลาเพื่อนเปลี่ยนภาพพื้นหลังไปเรื่อยๆ เหมือน KDE ไม่ได้ก็ตาม แต่แค่นี้ผมก็ว่าดีแล้วหละ แถมไม่ไช่แค่พื้นหลัง แม้แต่ screen saver ก็แยกเป็นจอๆ ไปด้วย ชอบสุดๆ (แต่ผมไม่ค่อยเปิด เลยอาจไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์แฮะ) แต่ว่าข้อเสียอย่างนึงของ Xubuntu ก็คือข้อดีของมันนั่นแหละ เนื่องจากขนาดเล็กทำให้ต้องลดของเล่นบางอย่างลงไป ของเล่นอย่างนึงที่หายไปด้วยคือ Network Manager ของ Gnome ซึ่งต้องลงเพิ่มเองภายหลัง
มาดูตัวอื่นๆ มั่ง เริ่มจากที่ผมประทับใจลองลงมาละกัน นั่นคือ Kubuntu โดยโปรแกรมเด่นที่ทำให้ผมประทับใจมากสุดเลยคือ Kopete เล่น กล้องได้(แม้จะค้างแล้วหายไปบ่อยๆ ก็เหอะ
) ส่ง Nudge ได้ ปรับแต่งรูปแบบข้อความได้ โอ้ว ไม่เคยเจอโปรแกรมแชทบน Linux ที่ perfect เท่านี้แล้ว ข้อดีอีกอย่างนึงคือเวลาต่อสองหน้าจอ มันสามารถตั้งพื้นหลังให้แยกกันได้เหมือน Xfce แต่ screen saver มันกลับไม่แยกแฮะ ![]()
มาดูตัวหลักกันบ้างดีกว่า Ubuntu จริงๆ ผมก็ชอบนะ ในความง่ายของมัน เพราะติดปุ๊บ แทบไม่ต้องทำอะไรต่อเลย ข้อเสียสองอย่างในรุ่นดั้งเดิมคือ มันแถมมาเยอะเกินไป กับตัว Gnome นั่นแหละ เพราะ Gnome เป็น GDM เดียวใน 3 เจ้าหลักๆ ที่ไม่มีการแบ่งพื้นหลังที่ต่อจอแยก ซึ่งผมสงสัยมากเลยทำไมมันไม่ทำซะที เพราะดูเหมือนเจ้าอื่นจะทำมานานแล้วนะเนี๊ยะ ![]()
ไปดูค่ายอื่นมั่งดีกว่าตัวที่ผมชอบลองลงมาจาก Ubuntu ตอนนี้ก็คือ OpenSUSE เพราะด้วยความง่ายของมันเหมือนกัน ลงแล้วแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเลย แม้แต่การอัพเดท เพราะ Repository ของ OpenSUSE ยังไงก็มีแค่ package ที่ stable แล้วเท่านั้น ต่างจาก Ubuntu ที่ลงแล้วอาจต้องอัพเดทตามมาอีกมากมาย แต่เพราะมันไม่ค่อยอัพเดทเนี๊ยะแหละ ทำให้คนชอบเล่นของใหม่ๆ อย่างผมเนี๊ยะ หงุดหงิดพอสมควร เพราะถ้าอยากให้ OpenSUSE update เหมือนคนอื่นต้องไปหา Repository นอก แถมตัวอัพเดทของ OpenSUSE ก็ยังสู้ของ Ubuntu ไม่ได้ซะด้วยสิ อัพเดททีรอเป็นชาติเลย แถมจะดูข้อมูลการอัพเดทก็ไม่ละเอียดเท่า Ubuntu อีก ก็เลยเป็นสาเหตุให้ผมยังไม่อยากเปลี่ยนไปใช้ OpenSUSE ตอนนี้แล (แต่ถ้า 10.3 ออกมาแล้วมันมีของเล่นเหมือน Feisty ตอนนี้ก็ไม่แน่
)
ตัวถัดมาก็คือ Fedora7 นั่นเอง ซึ่งทำผมไม่ประทับใจตั้งแต่แรกเลย เพราะตัวแผ่น live cd แบบ ubuntu เนี๊ยะพอติดตั้งไปเล่นเครื่องผมเกือบค้างไปแหนะ จะเปิดเว็บ เพื่อดูรอนี่ทำแทบไม่ได้เลย อีกอย่างไดรเวอร์ Wireless ก็ไม่มีให้อีกต่างหาก อาจจะเป็นเพราะ ไดรเวอร์ card lan ผมยังไม่มีของ open source ที่ใช้ได้จริงมั้ง ก็เลยไม่ได้ติดมาให้ด้วย
แต่งานนี้ทำให้ชีวิตผมลำบากขึ้นเยอะเลย เพราะหลังติดเสร็จเนี๊ยะ ต้องไปหา Repository เพิ่มเพื่อติด Wireless อย่างเดียว แต่ตัว yum ของ Fedora7 ก็ยังสู้ apt ของฝั่ง debian ไม่ได้อีก อัพเดทผ่าน package manager แบบกราฟฟิกทีนึกว่าค้างไปจนต้องปิดทิ้ง ลองไปอัพเดทผ่าน shell ก็พอกัน ไม่ค่อยดีกว่ากันเท่าไหร่เลย เห้อ สงสัยเพราะ Ubuntu มันทำให้ง่ายจนผมชินไปหละมั้ง แต่ผมว่า OpenSUSE ก็ยังทำตัว Update ดีกว่า Fedora นะ ![]()
สำหรับตัวสุดท้าย OSX ซึ่งเครื่องผมลงแล้วเปิดไม่ขึ้นอ่า
เศร้าสุดๆ ต้องไปลงเครื่องที่ทำงาน ซึ่งพอลงเสร็จ มีอย่างเดียวที่ใช้ได้เพื่อสื่อสารกับโลกภายนอก นั่นคือ Bluetooth
ลองส่งไฟล์จากเครื่องผมไป ได้ที่ความเร็วสูงสุด 40 -50 kbps โอ้วพระเจ้าจอร์จเอาออกลงอย่างอื่นดีกว่า ไว้ไดรเวอร์มันดีกว่านี้ค่อยลองใหม่ละกัน เห้อ
จริงๆ อยากทำ OSX ให้ใช้ได้มากที่สุดเลย เพราะเป็นอะไรที่อยากลองเล่นมานานแล้ว ตามคำบอกเล่าที่ว่าดีนัก ดีหนา แต่สงสัยคงต้องเก็บตังซื้อ macbook เองท่าจะง่ายกว่าเนอะ
สองอาทิตย์กับ 6 OS
About llun
Just a programmer-
http://blog.tanoy.net Noyzi!!a
-
pF ;)
-
http://iake.blogspot.com iake
-
http://natvoy.org nat3
-
http://iake.blogspot.com iake
-
http://suksit.com kong