หลังจากเขียนถึง Bootcamp ไปแล้วเขียนถึงเรื่องทั่วไปบ้าง เนื่องจากหลายอย่างมันวิ่งผ่านไปเร็วมากเดี๊ยวจะลืมเสียก่อน สนามบินสิงคโปร์รู้สึกเหมือนสุวรรณภูมิมาก ลงจากเครื่องมานึกว่ายังอยู่ไทย แต่การขนส่งที่นี่ดีมากตั้งแต่ในสนามบินเลย เพราะมีรถไฟฟ้าเล็กๆ ให้ขึ้นไปอาคารต่างๆ ไม่ต้องเดินไกลมากเหมือนสุวรรณภูมิ จากสนามบินเข้ามากลางเมืองนั่งรถไฟฟ้าเข้ามา ซึ่งรู้สึกได้เลยว่าไกลมากและรถไฟฟ้าที่นี่คงแยกเป็นใต้ดินกับลอยฟ้าไม่ได้เพราะมันเชื่อมกันหมดเป็นเส้นเดียวเลย บัตรลดไฟฟ้า(รถเมล์) ez-link ราคา 12 sgd ในบัตรมีให้ใช้อยู่ 7 sgd เดินเข้ารถไฟฟ้าไม่ต่างจากไทย ต่างอย่างเดียวคนแขกเยอะมาก อาจจะเพราะตรุษจีนด้วยที่คนจีนส่วนใหญ่หยุดอยู่บ้านกัน สิงคโปร์ก็เลยกลายเป็นเมืองแขกไป ตรุษจีนที่นี่ก็อย่างที่คาดไว้ว่าต้องเหมือนเมืองที่คนจีนเยอะแน่นอน ร้านคนจีนปิดเกลี้ยงต้องกินร้านอาหารอินเดียซึ่งไม่ประทับใจรสชาติสุดๆ คือมันรู้สึกแย่กว่าที่ปีนังอีกนะ! บ้านพักที่เช่าไว้อยู่กลางเมืองแถวถนน Orchard เลยเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกมาก สิบห้านาทีถึงสถานีรถไฟฟ้ากลาง Dhoby Ghaut (ซึ่งโคตรใหญ่เลย รวมรถไฟฟ้าไว้ถึงสามสาย โดยที่เดินเปลี่ยนได้ไม่ต้องออกจากสถานีเลย!) รถเมล์ที่นี่คนน้อย รถไม่ติด แต่ป้ายเยอะมาก ติดแยกก็เยอะ แต่สะดวกเพราะใช้บัตรเดียวกับรถไฟฟ้า ราคาก็เลยพอๆ กับรถไฟฟ้าเลย เวลาขึ้นก็แค่เอาบัตรรถไฟฟ้าแตะ ลงก็แตะอีกที ไม่ต้องบอกว่าจะลงที่ไหนทั้งสิ้น สะดวกกว่าปีนังและไทยเยอะ ค่ารถเมล์และรถไฟฟ้าประมาณ 1 – 2 sgd พอๆ กับไทย ราคาอาหารที่นี่ประมาณ [...]
JFDI Bootcamp 2012 first week
สัปดาห์นี้บินมาสิงคโปร์เพื่อเข้าร่วมงาน Bootcamp มาถึงสองวันแรกก็จัดแจงซื้อของเข้าบ้านทำอาหารกินกันเอง ได้สำรวจระบบขนส่งมวลชนว่าดีขนาดไหน (แม่งดีโคตรๆ เลย รถไม่ติด รถเมล์คนน้อย รถไฟฟ้าไปถึงได้เกือบทุกที่แถมทุกอย่างใช้บัตรเติมเงินใบเดียวได้หมดเลยจะมีที่ไหนดีกว่านี้อีกมั้ย) พอวันที่สามงานเริ่มจริงพบว่าโคตรเหนื่อยเลย สองวันแรกเป็นการ Pitch ให้ Investor และทีมต่างๆ ฟังรวมถึง feedback ต่างๆที่จะได้มาจากทีมอื่นและ Investor/Mentor ทั้งหลายแต่ละทีมก็เตรียมมาพูดอย่างดีมาจากหลายประเทศในแถบนี้มากรวมถึงยุโรป แต่ละทีมก็เตรียมสไลด์มาอย่างดี บางทีมมี Product ที่ทำเงินแล้วแต่ต้องการมาหาเงินเพื่อ Scale ให้ได้เร็วที่สุด ทีมส่วนใหญ่ก็มาจาก Startup weekends ประเทศต่างๆ รอบ SEA รวมทั้งหมดแล้ว 12 ทีมเรียกว่ากว่าจะฟังทุกทีมครบก็เหนื่อยหละ นอกจากแต่ละทีม Pitch แล้วยังมี Investor คอยให้คำแนะนำตั้งแต่วันแรก ทั้ง Slide การพูดหรือท่าทางการชักชวน จุดอ่อน จุดแข็งของทีมว่าต้องแก้อะไรบ้าง และต้องทำอย่างไรคร่าวๆ เพื่อให้เค้าลงทุนในทีมนั้น แค่วันแรกก็เห็นผลแล้วเพราะบางทีมเปลี่ยนวิธีแนะนำตัวเองจนแทบจำไม่ได้เลย หลังจากนี้อีก 97 วันก็จะเป็นของจริงหละที่แต่ละทีมต้องหาทางทำสิ่งต่างๆ เพื่อเอามา Pitch Investor สนใจให้ได้จนยอมลงทุนต่อ [...]
5 ปีกับ Throughwave
ตอนแรกคิดว่าจะมีเวลาเขียนถึงสิ้นเดือน แต่โดนเลื่อนกำหนดการบินเป็นวันที่ 24 เลยเลื่อนเวลา Post เร็วขึ้นด้วย จริงๆก็ไม่ถึงกับ 5 ปีเต็มเพราะขาดอีกหนึ่งเดือนกับหนึ่งอาทิตย์ถึงจะครบ ผมสนุกกับการทำงานที่นี่มากเลยหละ ถึงกับเคยคิดว่าจะทำไปเรื่อยๆ ไม่คิดย้ายไปไหนจนกระทั้งเมื่อปลายปีที่แล้วไปร่วมทีมกับเพื่อนแข่ง AIS Startup Weekends แล้วเพื่อนลุยต่อจนได้ไปสิงคโปร์เข้าร่วมงาน Bootcamp ถึงคิดได้ว่าก็คงถึงเวลาที่จะไปเรียนรู้อะไรอย่างอื่นบ้างแล้วมั้ง Post นี้เลยขอเล่าความหลังเป็นข้อๆ เก็บไว้ซักหน่อย และใครที่สนใจจะเข้าไปสมัครงานกับ Throughwave ก็ยังเปิดรับอยู่นะครับสามารถดูรายละเอียดได้ที่ หน้านี้เลย เรียงลำดับตามที่นึกได้ (เพราะงั้นก็ไม่มีลำดับใดๆ ทั้งสิ้นนั่นแหละ) ตอนปีแรกที่เข้ามาทำงาน Throughwave อยู่ที่ชั้นสามอาคาร Thai CC ห้องประชุมเต็มไปด้วยลังมากมายที่ไว้เก็บอุปกรณ์ Network ต่างๆ (ตอนสัมภาษณ์จำได้ว่าพี่ทุกคนเข้ามาคุย ตกใจเล็กน้อย เพราะห้องมันเล็กมาก นั่งสัมภาษณ์ซะจนเต็มห้องเลย) Throughwave ยังเป็นบริษัทเล็กๆ มีพี่และเพื่อนไม่กี่คนเวลาไปกินข้าว ก็ชวนกันทีไปทั้ง Office เรียกว่าเป็นช่วงที่รู้จักทุกคนใน Office ง่ายที่สุดเลยหละ (ยกเว้น พี่ๆ ที่ต้องออกไปหาลูกค้าภายนอกบ่อยๆ) วันแรกที่เข้าทำงานก็เจอประสบการณ์ Office lock เพราะเวลาเริ่มงานของที่นี่คือเก้าโมงเป็นอย่างน้อย [...]
Process ที่ผ่านไปครึ่งปี
เมื่อวานเห็น @hybridknight ทำ task board แปะกลาง office จริงๆ แถมให้ทีมอื่นเข้าร่วมด้วยให้เห็น process เกือบทั้งหมดเลยอยากจะจดไว้ซักหน่อย เพราะกว่ามันจะออกมาเป็น task board แบบนี้นับจากวันแรกที่เริ่มคิดว่าจะแก้อะไรบางอย่าง ก็ผ่านไปครึ่งปีพอดี วันแรกที่เริ่มทำจำได้ว่าการทำงานทั้งหลายมันต่างจากที่เป็นอยู่ปัจจุบันพอสมควร ยังคิดได้ไม่หมดด้วยและแทบจะไม่ฟังคนอื่นเลย ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าต้องเปลี่ยนให้ได้ และจะไม่เอา Trac เข้ามายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด (พูดง่ายๆ จะกำจัด Tools ทิ้งทั้งหมด ใครทำอะไรให้มาเล่า และ Information วิ่งหาคนแทนเข้าหาเครื่องมือ) หลังๆ พอมันวิ่งไปได้เดือนสองเดือนก็ค่อยๆ คิดถึงการปรับแก้จากของเดิมเอาเข้ามา ที่สำคัญคือช่วงน้ำท่วม เวลาว่างเยอะเลยได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ process พวกนี้เยอะขึ้นด้วย (Kanban, Element of Scrum, …) ก็เลยได้ปรับแก้จนเป็นรูปร่างเหมือนปัจจุบัน สิ่งที่ยังขาดต่อจากนี้ก็คงจะเป็นการคุยกันของสิ่งที่อยู่บนกระดานนี้ จากแต่ก่อน คุยกันเฉพาะภายในทีมเล็กๆ และไม่เป็นเวลาเท่าไหร่ (มาครบทีมปกติก็จะเป็นคนไปไล่ถามเอง ว่าใครทำอะไรบ้างเฉพาะทีมที่ดูแลอยู่ ตอนเย็นทำถึงไหนก็ไล่ถามอีกที) มาถึงตอนนี้อาจจะต้องจัดให้เป็นเวลามากขึ้น และไม่ได้เป็นคนที่ไล่ถามอีกต่อไป การไล่ถามเพื่อจัดการนี่จะยากกว่า Task board [...]
My process goal
ขอจดไว้ก่อนกันตัวเองลืม และก็เพื่อให้ @hybridknight ที่จะรับช่วงต่อด้วย ช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมาได้ทดลอง process การทำงานใหม่บางอย่างที่ก็ขัดกับคนอื่นบ้างแต่ตอนนี้ก็เริ่มลงตัว ตอนเริ่มทำเป้าหมายก็ยังไม่ชัดเท่านี้ด้วย คิดแค่ว่าต้องการให้สิ่งที่ทำสามารถการันตีได้ว่ามันจะไม่พังเมื่อเวลาผ่านไปและมีปัญหาเหมือนระบบเดิมที่เคยทำมา แต่เมื่อสองวันก่อนคุยกับ @visibletrap จนได้ข้อสรุปสามข้อที่มันชัดจนคิดว่านี่แหละคือเป้าหมายที่ตัวเองดันมา ทั้งสามข้อก็ไม่มีอะไรมากแค่ process นี้ต้องทำให้ตรวจสอบความผิดพลาดต่างๆ ได้ง่ายๆ ข้อแรกนี้แก้ด้วยการหาทางให้เขียน test ได้ง่ายๆ รันง่ายๆ process นี้ต้องลด Interrupt ที่แต่ละคนจะเจอขณะทำงานให้มากที่สุด แน่นอนบางอย่างมันต้อง Interrupt เข้ามาได้ (เช่น production server down หรือสอบถามอะไรบางอย่าง) แต่บางอย่างก็ไม่ควรจะเข้ามา Interrupt เช่น QA ไม่ผ่าน หรือการเพิ่ม Feature อะไรบางอย่าง พวกนี้ควรจะจัดเวลาหรือที่ซักที่ให้ไปแปะไว้ แล้วนัดเวลามาดูร่วมกัน อันนี้พยายามดันโดยการให้ทุกคนใช้ task board และกำหนดเวลาตายตัวว่าจะคุยกันช่วงไหน process นี้ต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าใครทำอะไรอยู่บ้าง ว่างไม่ว่าง และติดอะไรอยู่ ข้อนี้มีเหตุผลคือ คนจัดงาน รู้ว่าไม่มีใครว่างงาน และไม่จัดงานหนักๆ เพิ่มเข้าไป [...]





